Price action คืออะไร

Price action คืออะไร

Price Action คือการดูกราฟราคาแบบไม่ใช้ Indicator หรือเครื่องมือวิเคราะห์ช่วย แต่ว่าวิธีดู Price action ทำได้อย่างไรนั้น คุณสามารถศึกษาได้จากบทความนี้เลย หรือหากพร้อมแล้วก็เริ่มเทรดได้เลย

อย่ากังวล อย่ากลัว ตลาดหุ้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คุณคิด
Note: 57 votes

นักเทรดหลายท่านที่เริ่มเทรดในตลาด Forex แล้วคงอาจจะได้ยินนักเทรดมืออาชีพหรือเพื่อน ๆ นักเทรดคุยกันเกี่ยวกับการเทรดโดยการดู Price action หรือ พฤติกรรมของราคา แต่บางท่านอาจจะยังสงสัย ว่าจริง ๆ แล้วเจ้า Price action นี้มันแปลว่าอะไร ถ้าจะพูดกันตรง ๆ เลยก็คือ Price Action มันคือการดูกราฟราคาดิบ ๆ แบบไม่ใช่อินดิเคเตอร์ หรือเครื่องมือช่วยอื่น ๆ นั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเทคนิคการดูนะ มันมีเทคนิคซ่อนอยู่เหมือนกัน

 ปัจจุบันยังมีนักเทรดมีอาชีพหลายคนที่ไม่พึ่ง Indicators (อินดิเคเตอร์) หรือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคใด ๆ เพราะพวกเขารู้ว่าเครื่องมือตัวช่วยเหล่านี้ จริง ๆ แล้วมันก็คำนวณมาจากข้อมูลของกราฟราคาทั้งนั้น เขาจึงใช้การดูกราฟดิบ ๆ เอาเลย ไม่ต้องผ่านเครื่องมือหรือเส้นกราฟช่วยวิเคราะห์ใด ๆ และเรามาดูกันว่าพวกเขาดูกราฟราคาแบบ Price action ได้อย่างไร 

ลักษณะต่าง ๆ ของ Price action

Up bar: หรือก็คือ “Bullish bar” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราคามีแนวโน้มขาขึ้น (Demand ซื้อมากกว่า Supply ขาย) จึงมีจุดสูงสุดของแท่ง (High) และ จุดต่ำสุดของแท่ง (Low) สูงกว่าแท่งก่อนหน้า โดยทั่วไปแล้วจะเป็น bar หรือ candlestick (แท่งเทียน) สีเขียว ๆ (Close Price สูงกว่า Open Price) แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะบางทีอาจจะพบแท่ง Up bar สีแดง (Close Price ต่ำกว่า Open Price) ได้เช่นกันตราบใดที่ High และ Low สูงกว่าแท่งก่อน ๆ

Down bar: หรือก็คือ “Bearish bar” ซึ่งชื่อก็บอกแล้วว่า Down มันจึงตรงข้ามกับ Up bar เป็น bar หรือ candlestick ที่มี High และ Low ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงกราฟราคาขาลง (Supply ขาย มากกว่า Demand ซื้อ) และโดยทั่วไปแล้วจะพบ bar หรือ candlestick สีแดง (Close Price ต่ำกว่า Open Price) แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะในบางครั้งอาจพบแท่ง Down bar สีเขียวก็เป็นได้ ตราบใดที่ High และ Low ยังเตี้ยกว่าแท่งก่อนหน้านั่นเอง

Inside bar: หรือบางคนอาจจะเรียกว่า “Narrow range bar” ซึ่งเจ้า bar ตัวนี้จะมีขนาดเล็กมากและมีลักษณะเหมือนอยู่ภายในขอบเขตของแท่งก่อนหน้า จึงเรียกว่า inside bar หรือในทางทฤษฎีก็คือมันมีจุดสูงสุดของแท่ง (High) ต่ำกว่าแทงก่อนหน้า และจุดต่ำสุดของแท่ง (Low) สูงกว่าแท่งเทียนหน้า โดยแท่งนี้แสดงทิศทางที่ไม่แน่นอนของตลาด ยังไม่ชัวร์ว่าจะขึ้นหรือลง  

Outside bar: หรือบางคนเรียกว่า “Mother bar” หรือจะเรียก Wide range bar ก็ได้ แน่นอนมี Inside ก็ต้องมี Outside มันคือลักษณะ candlestick ที่ตรงข้ามกับ inside bar คือมี High สูงกว่าแท่งก่อนหน้า แต่มี Low ต่ำกว่าแท่งข้างหน้า แสดงถึงแนวโน้มที่มีกำลังซื้อ/ขายของฝั่งที่มีกำลังสูงกว่า หรืออาจจะเกิดในกรณีที่ Outside bar นั้นคลุมแท่งก่อนหน้า กล่าวคือ Close Price และ Open Price อยู่ครอบแท่งก่อน โดยหาก Close Price เป็นบวก แสดงว่ามีกำลังซื้อมากกว่าขาย แต่ตรงข้ามกันถ้า Close Price เป็นลบครอบแท่งก่อนหน้า แสดงว่ามีกำลังขายมากกว่าซื้อ

Pin bar: Pin แปลว่าเข็ม ดังนั้นแท่งนี้จะเป็น candlestick ที่มีลักษณะเหมือนเข็มแหลม ๆ ยาว ๆ หรือที่เรียกว่าไส้เทียน ซึ่งหากไส้เทียนยาวออกด้านล่าง และ Close Price อยู่ด้านบนจะเรียก Bullish pin bar อันนี้แสดงว่าเกิดแรงขายในช่วงนั้น (วันนั้น) แต่ในตอนท้ายก็มีความต้องการซื้อดึงกลับมา และในกรณีตรงกันข้ามหากไส้เทียนหรือเข็มพุ่งขึ้นด้านบนและ Close Price อยู่ข้างล่าง จะเรียก Bearish pin bar แปลว่าในช่วงนั้น (วันนั้น) มีความต้องการซื้อซึ่งทำให้ราคาขึ้นสูง แต่ท้ายที่สุดก็มีความต้องการขายที่มากกว่าทำให้ราคาตกลงมา