Moving Average (MA) อินดิเคเตอร์พื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้

Moving Average (MA) อินดิเคเตอร์พื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้

ทำความรู้จักกับอินดิเคเตอร์ที่นักเทรดทุกคนต้องมีอย่าง Moving Average และเรียนรู้วิธีใช้ในโปรแกรม MT4 ได้เลยจากบทความนี้ และหากพร้อมแล้ว เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์มืออาชีพได้เลย เพียงคลิกปุ่มด้านล่าง

อย่ากังวล อย่ากลัว ตลาดหุ้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คุณคิด
Note: 43 votes

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA) เป็นตัวบ่งชี้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้การเคลื่อนไหวของราคาราบรื่นขึ้นโดยการกรอง “สัญญาณรบกวน” (noise) จากการผันผวนของราคาในระยะสั้นแบบสุ่ม

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่พื้นฐานสองและที่ใช้กันทั่วไปคือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA: Simple Moving Average) ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของความปลอดภัยอย่างง่ายโดยวัดในช่วงเวลาที่กำหนด และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA: Exponential Moving Average) ซึ่งเน้นไปที่ราคาล่าสุด การใช้งานที่พบบ่อยที่สุดของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่คือใช้ในการระบุทิศทางหรือแนวโน้มของเทรนด์ (Trend) และเพื่อกำหนดระดับแนวรับและแนวต้าน (support and resistance levels) ในขณะที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่นั้นก็เป็นเครื่องมือที่ดีแล้ว แต่นักเทรดหลายคนก็ยังใช้การวิเคราะห์คู่กับตัวชี้วัดหรืออินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอื่น ๆ เช่น Moving Average Convergence Divergence (MACD)

ในวิเคราะห์ค่าด้วย EMA โดยทั่วไปแล้วจะใช้กราฟ EMA 2 เส้น คือเส้น EMA 5 (คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลัง 5 วัน) และ EMA 20 (คำนวณจากข้อมูลราคาย้อนหลัง 20 วัน หรือ 1 เดือน)

วิธีการเพิ่ม EMA ในโปรแกรม MT4

  1. เปิดโปรแกรม MT4 จากนั้นเลือกที่ เมนู Insert > Indicators > Trend > Moving Average ตามภาพด้านล่าง

2. จากนั้นจะได้หน้าต่าง Parameter สำหรับปรับ/ใส่ค่าดังรูป และให้เราใส่ค่าดังนี้:
– Period: ใส่เลข 5 สำหรับ EMA5 หรือ 20 สำหรับ EMA20 (จากภาพตัวอย่างใส่ 20)
– Shift: ให้ใส่ 0 ซึ่งเป็นค่า Default อยู่แล้ว
– Method: ให้เปลี่ยนเป็น Exponential
– Apply to: เลือกใช้ Weighted Close (HLCC/4) ซึ่งโปรแกรม MT4 คำนวณข้อมูลจากราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิดมา แล้วจึงสรุปเป็นกราฟสุดท้ายให้เราเห็น
– Style: ในส่วนนี้เราสามารถเลือกสีและขนาดหรือลักษณะของเส้นกราฟ ซึ่งสามารถเลือกได้ตามใจชอบ แต่แนะนำให้เส้นกราฟแต่ละเส้นมีสีที่ต่างกันชัดเจน จะได้มองได้ง่าย

หากตั้งค่าเสร็จแล้วตามข้างต้นก็คลิกปุ่ม OK

3. จากนั้นเราจะได้เส้นค่าเฉลี่ยมาอยู่ในกราฟ หากอยากได้เส้น EMA 5 ด้วย ก็เพียงทำข้อ 1 และ 2 อีกรอบ โดยรูปตัวอย่างข้างล่างนี้คือใส่ทั้ง EMA 5 และ EMA 20 ซึ่ง EMA 5 คือเส้นสีเขียว และ EMA 20 คือเส้นสีแดง

จากที่เกริ่นไปข้างต้นแล้วว่า EMA นั้นมีประสิทธิภาพสูงช่วงที่ตลาดเป็นเทรนด์ (trend) ซึ่งเราควรดูให้ออกว่าช่วงใดที่ตลาดมีทิศทางเป็นเทรนด์ หรือ Side Way ซึ่งถ้าเราใช้ EMA ในช่วงที่ตลาดเป็น Side Way มันอาจทำให้เราขาดทุนได้ง่าย ๆ ฉะนั้น จึงควรวิเคราะห์ตลาดให้ดีก่อนที่จะลงมือเทรด

หากตลาดมีแนวโน้มเป็น Trend สามารถดูค่าจากกราฟ EMA ในการช่วยตัดสินใจเทรด (เข้าหรือออกออเดอร์)

1. หากเส้น EMA 5 ตัดกับเส้น EMA 20 และมีแนวโน้มพุ่งขึ้นให้เรา ให้เข้า Order Buy และเมื่อเส้น EMA 5 ลงมาตัด EMA 20 อีกครั้งให้เราออก Order

2. ให้เข้า Order Sell เมื่อเจอเส้น EMA 5 ตัดกับเส้น EMA 20 และพุ่งลงล่าง และออก Order เมื่อเส้น EMA 5 ขึ้นมาตัดกับเส้น EMA 20 อีกครั้ง