รู้จักกับ MACD อินดิเคเตอร์แห่งความสำเร็จ

รู้จักกับ MACD อินดิเคเตอร์แห่งความสำเร็จ

Indicator ยอดฮิตติดอันดับต้น ๆ ในตลาด Forex อาจจะหนีไม่พ้น MACD อ่านบทความนี้เพื่อทำความรู้จักว่า MACD คืออะไร พร้อมเรียนรู้การใช้งานเบื้องต้นของ MACD  เพื่อสร้างกำไรในตลาด Forex ของคุณ เริ่มต้นทำการเทรดกับโบรคเกอร์ที่ดีที่สุดของเราได้ เพียงคลิกปุ่มด้านล่าง

อย่ากังวล อย่ากลัว ตลาดหุ้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คุณคิด
Note: 53 votes

เทรดเดอร์ทุกคนที่ลงทุนในตลาด Forex ย่อมหวังผลกำไรทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีวิธีการวิเคราะห์และวางแผนการลงทุนที่แตกต่างกันไป วิธีการหนึ่งที่ทุกคนนิยมใช้ก็คือการใช้งานอินดิเคเตอร์ ซึ่งในตลาด Forex นั้นมีอินดิเตอร์ให้เลือกใช้มากมาย เช่น Fibonacci, RSI และ Ichimoku บทความนี้จะนำผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับอินดิเคเตอร์ซึ่งได้รับความนิยมมากในตลาด Forex นั่นก็คือ MACD โดยผู้อ่านจะได้ทำความรู้จัก และเรียนรู้วิธีการใช้งานเบื้องต้น เพื่อเริ่มทำกำไรบนตลาด Forex ได้

MACD คืออะไร?

MACD เป็นคำย่อจากคำว่า Moving Average Convergence Divergence ซึ่งเรามักจะเรียกสั้นๆ ง่ายๆ ว่า แม็ค-ดี หรือ เอ็ม-เอ-ซี-ดี โดย MACD นั้นถูกคิดค้นขึ้นมาโดย Gerald Appel ในช่วงปีค.ศ. 1970 

MACD เป็นอินดิเตอร์ที่อยู่ในกลุ่ม Oscillator ที่ทำการวิเคราะห์การแกว่งตัวของกราฟราคาเช่นเดียวกับ RSI จุดเด่นที่สำคัญของ MACD นั้นคือ มันเป็นอินดิเคเตอร์ที่ทำให้เราสามารถทราบข้อมูลทิศทางแนวโน้มราคา (Trend) และแรงส่งราคา (Momentum) ได้พร้อมๆ กัน โดยหลักการคร่าว ๆ ก็คือการวัดความแตกต่างของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้น คือ เส้นค่าเฉลี่ย EMA12 (ข้อมูลย้อนหลัง 12 วัน) ลบกับ EMA26 (ข้อมูลย้อนหลัง 26 วัน) เพื่อตรวจสอบว่าเส้น EMA ทั้งสองนั้นมีแนวโน้มการเคลื่อนที่เข้าหากันหรือออกจากกัน

ส่วนประกอบของ MACD 

MACD จะประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วนด้วยกันคือ

  1. Moving Average คือเส้นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นเส้นที่คำนวนโดยการใช้ค่าจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอกซ์โพเนนเชียล จากข้อมูลราคาย้อนหลัง 15 วัน (EMA15) ลบกับ เฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอกซ์โพเนนเชียลจากข้อมูลราคาย้อนหลัง 35 วัน (EMA35) หรือก็คือ EMA15 – EMA35 นั่นเอง
  2. Signal Line คือเส้นประสีแดง ซึ่งเป็นเส้นที่แสดงถึงค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอกซ์โพเนนเชียลจากข้อมูลราคาย้อนหลัง 9 วัน
  3. MACD Histogram คือแท่งสีเขียว ซึ่งเป็นส่วนต่างหรือค่าระยะห่างระหว่างเส้น MACD กับ Signal Line โดยเวลาที่เราเปิดใช้งาน MACD นั้น โดยทั่วไปแล้วโปรแกรมที่ใช้วิเคราะห์กราฟราคานั้นจะไม่ plot เส้น MACD ออกมาเพียงเส้นเดียว เดี่ยว ๆ แต่มันจะ plot เส้น Signal Line และ MACD Histogram พร้อมกับ MACD ในบริเวณเดียวกัน 

ซึ่งในโปรแกรม MetaTrader4 (MT4) นั้น ถ้าเราเลือกใช้อินดิเตอร์ MACD ระบบมันจะ plot ให้เพียง MACD Histogram และ Signal Line เท่านั้น โดยที่เส้น Moving Average เราต้อง plot เพิ่มเอง

การใช้งาน MACD และการตั้งค่า

  1. ไปที่แถบ Insert > Indicators >  Oscillators > MACD

จากนั้นโปรแกรมจะโชว์หน้าต่างให้เราตั้งค่า Parameters โดยให้เราปรับค่า Fast EMA และ  Slow EMA เพื่อปรับการคำนวนเส้น  Moving Average ( ตามตัวอย่างนี้คือเราต้องการคำนวณ EMA26 – EMA12 ) และปรับค่า MACD SMA เป็น 9 เพื่อปรับค่า Signal Line ซึ่งค่านี้ถือเป็นค่าที่ใช้ได้ทั่วๆ ไป เทรดเดอร์อาจจะจำเป็นต้องทดลองและปรับใช้ตามสถานการณ์ด้วยตนเอง

หลังจากที่เราใส่ค่าต่าง ๆ แล้ว ให้คลิก OK ก็จะได้กราฟ MACD โผล่มาใต้กราฟราคา

จากภาพด้านบน เราจะเห็นการแสดงผลเพียงแค่ MACD Histogram (แท่งสีเขียว) และ Signal Line (เส้นสีแดง) แต่ยังขาดเส้น Moving Average อยู่ ซึ่งเราสามารถเพิ่มเข้ามาได้จากขั้นตอนถัดไป

  1. วิธีการเพิ่มเส้น Moving Average เราสามารถทำได้โดยให้เราไปที่หน้าต่าง Navigator แล้วทำการเลือก Indicators > Trend แล้วจะเห็นอินดิเคเตอร์ที่ชื่อ Moving Average ดังรูปด้านล่าง ให้ลากมายังส่วน MACD
  1. หลังจากนั้น โปรแกรมจะโชว์หน้าต่างให้เราตั้งค่า โดยให้เราตั้งค่า Period เป็น 10 และแก้จาก MA method: Simple ให้เป็น  MA method: Exponential  และเลือกให้ MA apply to: เป็น Previous Indicator Data

ซึ่งก็จะได้ MACD ผลลัพธ์ดังรูปด้านล่าง

การทำกำไรแบบทั่วไปของ MACD

หลังจากทำการสร้าง MACD ได้แล้ว เราสามารถนำไปใช้งานเพื่อทำกำไรได้ใน 3 รูปแบบด้วยกัน ประกอบไปด้วย

1.  ทำการซื้อขายเมื่อแท่ง MACD Histogram ตัดที่เส้น  0.0 หรือหลักง่ายๆ คือให้มองว่าเส้น 0.0 คือผิวน้ำ และแท่ง MACD Histogram เป็นภูเขา เราจะสังเกตุดังนี้คือหาก MACD Histogram กำลังขึ้นเป็นลักษณะอยู่เหนือน้ำเราจะทำการ Buy แต่ในทางกลับกัน คือถ้า MACD Histogram กำลังลงสู่ใต้น้ำ เราจะทำการ Sell

2. รอให้เส้น Signal Line (เส้นประสีแดง) และ Moving Average (เส้นสีน้ำเงิน) ตัดกันได้สักพักหนึ่ง จึงทำการซื้อขาย เราจะไม่ทำการซื้อขายทันทีที่ทั้งสองเส้นตัดกัน โดยหลักการดูก็คือ ณ จุดตัด ถ้าเส้น Signal Line มีทิศทางลงให้ทำการ Buy แต่ในทางกลับกันคือ ถ้ามีทิศทางขึ้นให้ทำการ Sell

3. ทำการซื้อขายเมื่อเกิด Divergence หรือเกิดการขัดกันระหว่างกราฟราคาและ  MACD ซึ่งหากมี Divergence เกิดขึ้นนั้นเราสามารถทำการซื้อขายได้ทันที ดังตัวอย่างรูปด้านล่าง จะเห็นว่ากราฟราคามีทิศทางลงแต่ MACD มีทิศทางขึ้น เช่นนี้เราจะเรียกว่า Divergence ขาขึ้น ซึ่งให้เราทำการ Buy

ในตัวอย่างข้างล่างนี้เราจะเห็นว่าเมื่อกราฟราคามีทิศทางขาขึ้น แต่กราฟ  MACD มีทิศทางขาลงแบบนี้เรียกว่าเกิด Divergence ขาลง แบบนี้ให้เราทำการ Sell ได้

ทั้งหมดนี้คือการแนะนำให้ผู้อ่านทุกคนรู้จักกับ MACD Indicator เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และลงทุน ด้วยการใช้โปรแกรม MT4 รวมทั้งการใช้เพื่อวิเคราะห์วางแผนลงทุนเบื้องต้น ซึ่งเทรดเดอร์สามารถทดลงใช้และปรับประยุกต์ตามความต้องการได้ไม่ยากเลย

————————————————————————————————

ลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราทั่วโลกในตลาดฟอเร็กซ์ 
ด้วยสกุลเงินตราหลักทั่วโลก 

——- คุณสามารถทำกำไรได้เร็วและแรงจากการซื้อขายไบนารีออพชั่น และก้าวผ่านทุกข้อจำกัดของการลงทุนของคุณด้วยตัวเลือกการลงทุนที่เรียบง่าย ——-

———–ใช้เวลาสมัครไม่ถึง 3นาที คุณก็สามารถเริ่มการซื้อขายได้ทันที! ———– 

โบรกเกอร์พันธมิตรพร้อมการสนับสนุนจากทีมงานคนไทยตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

เปิดบัญชี ฟรี! ง่ายๆ! แค่ภายใน 1 คลิก