ATR – Average True Range คืออะไร

ATR – Average True Range คืออะไร

เรียนรู้และเข้าใจอินดิเคเตอร์ ATR ว่ามันคืออะไร ใช้งานอย่างไร และใช้มันช่วยวิเคราะห์ตลาดการลงทุนของคุณ หากคุณพร้อมแล้ว เริ่มลงทุนได้เลย เพียงคลิกปุ่มด้านล่าง

อย่ากังวล อย่ากลัว ตลาดหุ้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คุณคิด
Note: 60 votes

Average true range (ATR) เป็น indicator ที่ใช้วัดความผันผวน (Volatility) ทางการเงินโดยเฉพาะ มันถูกสร้างขึ้นโดยนักวิเคราะห์ทางเทคนิคชื่อ Welles Wilder Jr. และให้ผู้เทรดและนักลงทุนได้ใช้วิธีการวัดขนาดสัมพัทธ์ (relative magnitudes) ของความผันผวนของราคาในตลาด

เปิดตัวครั้งแรกในหนังสือ 1978 ของ Wilder ชื่อ New Concepts in Technical Trading Systems ซึ่งไอเดียของ ATR กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในวงกว้าง โดยอินดิเคเตอร์นี้มักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของระบบการซื้อขายต่าง ๆ และใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอื่น ๆ ของ Wilder เช่น Relative Strength Index (RSI), การเคลื่อนที่ของทิศทางราคา, และ parabolic stop and reverse ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่รู้จักกันดี

แม้ว่าเริ่มแรกจะมีจุดประสงค์หลักสำหรับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า แต่ปัจจุบัน ATR สามารถนำไปใช้กับตราสารหนี้และสกุลเงินได้

ระบุช่วงพิสัยได้แม่นยำ

ATR เป็นอินดิเคเตอร์ที่มุ่งเน้นไปที่การวัดความผันผวน (volatility) ซึ่งความผันผวนมักถูกนิยามว่าเป็นปริมาณของการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดการเงิน เนื่องจากราคาในตลาดมีความผันผวนขึ้นและลง ยิ่งการเคลื่อนไหวของราคามากขึ้นเท่าใดระดับความผันผวนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

องค์ประกอบสำคัญของการคำนวณ ATR คือคอนเซ็ปต์ของพิสัย ซึ่งเป็นระยะทางที่ราคาเคลื่อนที่ในช่วงเวลาที่กำหนด ในการคำนวณช่วงพิสัย (Range) ให้ใช้ค่าสูงสุดของช่วงเวลาลบค่าต่ำสุดของช่วงเวลาเดียวกัน:

Range = Period High – Period Low

ตัวอย่างเช่นหากใช้กรอบเวลารายวันเพื่อดูหลักทรัพย์ พิสัยคือความแตกต่างระหว่างราคาซื้อขายสูงสุดของวันและราคาซื้อขายต่ำสุดของวัน

แทนที่จะใช้การวัดพิสัยแบบทั่วไปในการคำนวณ ATR ใช้พิสัยที่แท้จริง (TR: True Range) ซึ่งพิสัยที่แท้จริงถูกกำหนดให้เป็นค่าที่ใหญ่ที่สุดที่สังเกตได้จากการปฏิบัติตามข้อ จำกัด ดังต่อไปนี้ :

  •                 ราคาสูงสุดของปัจจุบัน – ราคาต่ำสุดของช่วงปัจจุบัน
  •                 ราคาปิดของช่วงก่อนหน้า – ราคาสูงสุดในช่วงปัจจุบัน
  •                 ราคาปิดของช่วงก่อนหน้า – ราคาต่ำสุดในช่วงปัจจุบัน

เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ว่า ATR ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทิศทางราคา เพียงแต่ระบุความผันผวนของราคา ดังนั้นในกรณีที่การคำนวณ TR แล้วได้จำนวนลบ (ติดลบ) เราจะใช้ค่าสัมบูรณ์ของการวัดเป็นค่า TR ที่ได้

พิสัยที่แท้จริงจะคำนึงถึงความสามารถของราคาในการเกิด “gap” ขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว นี่เป็นสิ่งที่ควรรู้เพราะราคามีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด 
 

ช่วงเวลา (Periods)

ส่วนสำคัญของ ATR คือ “look-back period” ซึ่งเป็นจำนวนของช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งจะใช้ในการคำนวณค่าเฉลี่ย Wilder แนะนำว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ 14 แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมนี้อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกรอบเวลาและตัวเลือกการเทรดที่ใช้ การคำนวณ ATR ใช้กลไกของเลขชี้กำลัง (exponential) ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) เป็นวิธีการลดผลกระทบของความแปรปรวนในค่าพิสัย

การคำนวณ

การกำหนดค่า ATR นั้นมีหลายขั้นตอนและอาจเป็นสิ่งที่ต้องทำด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีระบบข้อมูลปัจจุบันทำให้ผู้เทรดสามารถสังเกตผลลัพธ์ที่ได้ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อย

ขั้นตอนต่อไปนี้ใช้สำหรับการคำนวณ ATR โดยสมมติว่าช่วงเวลา look-back period ของข้อมูลเป็น 7 (วัน):

  1.              ระบุ TR สำหรับแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ถึง 7
  2.              คำนวณค่า ATR เริ่มต้น (ATRI): ATRI = ((ผลรวมของ TR สำหรับพิสัยทั้ง 7 ช่วง) / 7)
  3.              คำนวณ ATR ปัจจุบัน (ATRC): ATRC = ((6 * ATRI) + TR ช่วงเวลาปัจจุบัน)) / 7

ATR ที่คำนวณได้นั้นถูกใช้เป็นการวัดความผันผวนในปัจจุบันที่ช่วงที่ 8 มันเป็นภาพสะท้อนของความผันผวนของตลาดเมื่อคำนึงถึงความผันผวนของราคาที่เกิดขึ้นในเจ็ดช่วง (วัน) ที่ผ่านมา และเมื่อเวลาผ่านไป ATR จะถูกปรับให้อยู่ในสภาพปัจจุบัน

แม้ว่าการคำนวณ ATR ด้วยมือดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่ซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มการเทรดได้ทำให้กระบวนการนั้นค่อนข้างง่าย เป็นเรื่องธรรมดาที่ ATR จะได้รับการอัพเดตและพล็อตโดยอัตโนมัติในกราฟราคาเพื่อให้ผู้ใช้ได้ตรวจสอบกราฟราคาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งแพลตฟอร์มการเทรดเช่น NinjaTrader , Trading Station และ MetaTrader 4 ก็รองรับอินดิเคเตอร์ ATR สำหรับการใช้งานตามดุลยพินิจของผู้เทรด